็้Hello

็้Hello

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 4


บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

อาจารย์ผู้สอน อ. ตฤน แจ่มถิ่น

วัน/เดือน/ปี 5/02/58

เรียนครั้งที่ 4 เวลาเรียน 8:30-12:20

กลุ่ม 101 วันพฤหัสบดี 




(ความรู้ที่ได้รับ)

ในวันนี้เรียนเรื่องบทบาทครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม
ซึ่งก่อนการเรียนการสอนอาจารย์ได้มีกิจกรรมให้นักศึกษาได้ทำคือ
1. กิจกรรมวาดรูประบายสี  อาจารย์จะมีรูปให้ดูและให้เราพยายามวาดให้เหมือน พร้อมเขียนว่าเรามองเห็นอะไรในภาพ

2. เรียนเรื่องบทบาทครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม

ครูไม่ควรวินิจฉัย

- การวินิจฉัย หมายถึงการตัดสินใจโดยดูจากอาการหรือสัญญาณบางอย่าง
- จากอาการที่แสดงออกมานั้นอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดได้
ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทเด็ก
- เกิดผลเสียมากกว่าผลดี - ชื่อเปรียบเสมือนตราประทับตัวเด็กตลอดไป
- เด็กจะกลายเป็นเช่นนั้นจริง

ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ

- พ่อแม่ของเด็กพิเศษ มักทราบดีว่าลูกของเขามีปัญหา
- พ่อแม่ไม่ต้องการให้ครูมาย้ำในสิ่งที่เขารู้อยู่แล้ว
- ครูควรพูดในสิ่งที่เป็นความคาดหวังในด้านบวก แต่ต้องไม่ให้เกิดความหวังผิดๆ
- ครูควรรายงานผู้ปกครองว่าเด็กทำอะไรได้บ้าง เท่ากับเป็นการบอกว่าเด็กทำอะไรไม่ได้
- ครูช่วยให้ผู้ปกครองมีความหวังและเห็นแนวทางที่จะช่วยให้เด็กพัฒนา

ครูทำอะไรบ้าง

- ครูสามารถชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมของเด็กในเรื่องที่เกี่ยวกับพัฒนาการต่างๆ
- ให้ข้อแนะนำในการหาบุคลากรที่เหมาะสมในการประเมินผลหรือวินิจฉัย
- สังเกตเด็กอย่างมีระบบ - จดบันทึกพฤติกรรมเด็กเป็นช่วงๆ
สังเกตอย่างมีระบบ
- ไม่มีใครสามารถสังเกตอย่างมีระบบได้ดีกว่าครู
- ครูเห็นเด็กในสถานการณ์ต่างๆ ช่วงเวลายาวนานกว่า
- ต่างจากแพทย์ นักจิตวิทยา นักคลินิก มักมุ่งความสนใจอยู่ที่ปัญหา

การตรวจสอบ

- จะทราบว่าเด็กมีพฤติกรรมอย่างไร
- เป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้ครูและพ่อแม่เข้าใจเด็กดีขึ้น
- บอกได้ว่าเรื่องใดบ้างที่เด็กต้องการความช่วยเหลือ
ข้อควรระวังในการปฏิบัติ
- ครูต้องไวต่อความรู้สึกและตัดสินใจล่วงหน้าได้
- ประเมินให้น้ำหนักความสำคัญของเรื่องต่างๆได้
- พฤติกรรมบางอย่างของเด็กไม่ได้ปรากฏให้เห็นเสมอไป

การบันทึกการสังเกต

- การนับอย่างง่ายๆ - การบันทึกต่อเนื่อง - การบันทึกไม่ต่อเนื่อง
การนับอย่างง่ายๆ
- นับจำนวนครั้งของการเกิดพฤติกรรม - กี่ครั้งในแต่ละวัน กี่ครั้งในแต่ละชั่วโมง
- ระยะเวลาในการเกิดพฤติกรรม
การบันทึกต่อเนื่อง
- ให้รายละเอียดได้มาก - เขียนทุกอย่างที่เด็กทำในช่วงเวลาหนึ่งหรือกิจกรรมหนึ่ง
- โดยไม่ต้องเข้าไปแนะนำช่วยเหลือ

การบันทึกไม่ต่อเนื่อง

- บันทึกลงบัตรเล็กๆ
- เป็นการบันทึกสั้นๆเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนในช่วงเวลาหนึ่ง
การเกิดพฤติกรรมบางอย่างมากเกินไป
- ควรเอาใจใส่ถึงระดับความมากน้อยของความบกพร่อง มากกว่าชนิดองความบกพร่อง
- พฤติกรรมไม่เหมาะสมที่พบได้ในเด็กทุกคน ไม่ควรจัดเป็นสิ่งผิดปกติ

การตัดสินใจ

- ครูต้องตัดสินใจด้วยความระมัดระวัง
- พฤติกรรมของเด็กที่เกิดขึ้น ไปขัดขวางความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กหรือไม่


3. ต่อจากกิจกรรมวาดภาพระบายสีดอกไม้ คือมาพูดคุยกันว่าของใครวาดเหมือนที่สุด และการสังเกตแบบไหนถึงจะถูกต้อง


4. กิจกรรมการร้องเพลง คือการร้องเพลงที่อาจารย์แจกให้ เพื่อการฝึกร้องเพลง ในวันนี้อาจารย์สอนให้ร้องเพลง เพลงฝึกกายบริหาร มีเนื้อหาดังนี้

- ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกสยแข็งแรง
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกสยแข็งแรง
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
รูปภาประกอบการเรียนการสอน



ภาพตัวอย่าง






ภาพที่วาด









การประเมินผล

ตนเอง = วันนี้เข้าเรียนตรงต่อเวลา ในเวลาทำงานก็จะตั้งใจทำงาน มีส่วนร่วมในกิจกรรม อาจมีการพูดคุยกับเพื่อนบ้างในบางครั้ง

เพื่อน = เพื่อนๆในชั้นเรียนตั้งใจทำงานที่อาจารย์สั่งแม้ว่าอาจารย์จะไม่อยู่ก็ตาม เมื่อมีกิจกรรมใด ทุกคนในห้องก็จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเสมอ

อาจารย์ = อาจารย์มีการถามคำถามเพื่อให้นักศึกษาตอบเพื่อถามความเข้าใจเสร็จแล้วมีการสอนร้องเพลงแล้วให้ทุกคนร้องอีกด้วย


ขอบคุณค่ะ
ภูริศา  เข้าเมือง



วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 3

บันทึกอนุทินครั้งที่ 3
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อ. ตฤน แจ่มถิ่น
วัน/เดือน/ปี 29/01/58
เรียนครั้งที่ 3 เวลาเรียน 8:30-12:20
กลุ่ม 101 วันพฤหัสบดี

ในสัปดาห์นี้อาจารย์ติดภารกิจ  ประชุม คณะศึกษาศาสตร์ค่ะ



บันทึกอนุทินครั้งที่ 2



บันทึกอนุทินครั้งที่2

วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

อาจารย์ผู้สอน อ. ตฤน แจ่มถิ่น

วัน/เดือน/ปี 22/01/58

เรียนครั้งที่ 2 เวลาเรียน 8:30-12:20

กลุ่ม 101 วันพฤหัสบดี






วันนี้อาจารย์ได้สอนเนื้อหา เกี่ยวกับความแตกต่างของเรียนรวม กับเรียนร่วม ดังนี้


รูปแบบการจัดการศึกษาการศึกษาปกติทั่วไป ( Regular  Education)

การศึกษาพิเศษ (Special  Education)
การศึกษาแบบเรียนรวม (Integrated Education)
การศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education)

ความหมายของการศึกษาแบบเรียนร่วม

-จัดให้เด็กเข้าไปในระบบการศึกษาทั่วไป
-มีกิจกรรมให้เด็กพิเศษกับเด็กทั่วไปได้ทำร่วมกัน
-ใช้ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในแต่ละวัน
-ครูปฐมวัยและครูการศึกษาพิเศษร่วมมือกัน

การเรียนร่วมบางเวลา

การจัดให้เด็กพิเศษเข้าไปเรียนร่วมกับเด็กปกติในบางเวลา
การเรียนร่วมเต็มเวลา
จัดใหเด็กพิเศษเรียนในโรงเรียนปกติตลอดเวลาที่เด็กอยู่ในโรงเรียน มีเป้าหมายเพื่อให้เด็กเข้าใจซึ่งกันและกัน ตอบสนองความต้องการซึ่งกันและกัน มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

ความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม


- เป็นการจัดการศึกษา ที่จัดให้เด็กพิเศษเข้ามาเรียนรวมกับเด็กปกติ โดยรับเข้ามาเรียนรวมกัน ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษา และจัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล

- เด็กทุกคนที่ผู้ปกครองพาเข้ามาในโรงเรียนจะต้องรับเด็กไว้และจะต้องจัดการ ศึกษาให้เหมาะสมและดำเนินการเรียนในลักษณะ รวมกัน ที่ทุกคนต่างเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ทุกคนยอมรับซึ่งกันและกัน





การนำความรู้ไปใช้

นำวิธีการจัดการเรียนรู้ของเด็กพิเศษไปศึกษาและนำไปพัฒนาใช้ได้ในอนาคตค่ะ


ประเมินตนเอง

วันนี้ไม่ค่อยคุยกัน เนื่องจากไม่ค่อยสบาย มาเรียนสาย แต่ก็ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนนะคะ


ประเมินเพื่อน


วันนี้เพื่อนดูท่าทางสนุกสนานในการเรียนมาก เนื่องจากเรียนรวมกันสองเสค จึงทำให้คุยกันบางคน แต่เมื่ออาจารย์เตือนและก็มองเพื่อนก็หยุดคุยกันค่ะ


ประเมินอาจารย์


 อาจารย์สอนได้สนุกทุกวัน ไม่น่าเบื่อ ยกตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องที่สอนมาให้นักศึกษาได้ฟังเป็นประสบการณ์เยอะค่ะ